วันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ข่าวเกี่ยวกับดาราศาสตร์และการสำรวจอวกาศ

พิธีอัญเชิญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นประดิษฐานยังแท่นพระบรมราชานุสาวรีย์ ณ ด้านหน้าวังสราญรมย์
พรชัย รังสีธนะไพศาล 28 กรกฎาคม 2553
เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปทรงเททองหล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ โรงหล่อช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม บัดนี้การหล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเจ้าเกล้าอยู่หัวได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว
วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ที่ผ่านมา ได้มีพิธีอัญเชิญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาประดิษฐานที่หน้าพระราชวังสราญรมย์ โดยมี พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาน สวัสดิวัฒน์ ราชสกุลสาย 4 เป็นประธานพิธี อัญเชิญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นประดิษฐานยังแท่นพระบรมราชานุสาวรีย์ หน้าพระราชวังสราญรมย์
นับเป็นวันมหามงคลอย่างยิ่งของปวงชนชาวไทยที่จะได้มีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 "พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย" ที่จะอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ บริเวณด้านหน้าพระราชวังสราญรมย์ ถนนสนามไชย เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร (ข้างกระทรวงกลาโหม) ให้ประชาชนได้สักการะในวันสำคัญ


325 ปี จันทรุปราคาในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
30 ปี สมาคมดาราศาสตร์ไทย
จันทรุปราคาบางส่วน วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553

พรชัย รังสีธนะไพศาล 5 สิงหาคม 2553
ในช่วงพลบค่ำของวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2553 เกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติทางดาราศาสตร์ เป็นจันทรุปราคาบางส่วนเห็นได้ทั่วประเทศไทย ภูมิภาคที่มีโอกาสเห็นได้นานกว่าคือ ด้านตะวันออกของภาคอีสาน ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีโอกาสเห็นได้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ขณะที่ดวงจันทร์เริ่มขึ้นขอบฟ้า ดวงจันทร์จะดวงโตพิเศษจะถูกเงาของโลกบังไปครึ่งดวงแล้ว ดวงจันทร์เริ่มถูกเงาของโลกบังเริ่มเวลา 17.17 น. ซึ่งประเทศไทยยังไม่เห็นดวงจันทร์เนื่องจากดวงจันทร์ยังไม่ขึ้นจากขอบฟ้า เวลา 18.38 น. เงาของโลกเข้าบังดวงจันทร์ลึกที่สุด ด้วยขนาดความลึก 54 % ของเส้นผ่านศูนย์กลางของดวงจันทร์ จันทรุปราคาบางส่วนสิ้นสุดในเวลา 20.00 น. ซึ่งดวงจันทร์จะกลับมาเต็มดวงอีกครั้ง
จันทรุปราคาบางส่วนครั้งนี้นับเป็นจันทรุปราคาครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ ซึ่งเคยเกิดขึ้นในครั้งรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นจันทรุปราคาสายตระกูลจันทรุปราคาซารอส 120 เดียวกัน ครั้งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1685 (เข้าสู่เช้ามืดของวันที่ 11 ธันวาคม) ซึ่งครั้งนั้นสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงได้ทอดพระเนตรจันทรุปราคาบางส่วน ที่บริเวณระเบียงด้านทิศตะวันตกของพระตำหนักทะเลชุบศร เมืองละโว้ (พระที่นั่งไกรสรสีหราช หรือที่เรียกว่า พระที่นั่งเย็นทะเลชุบศร จังหวัดลพบุรี) พระองค์ทอดพระเนตรพร้อมกับคณะบาทหลวงเจซูอิต นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส นับเป็นเวลา 325 ปี ทางดาราศาสตร์ไทยอีกครั้งในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และเป็นการครบรอบ 30 ปี ของสมาคมดาราศาสตร์ไทย ที่ก่อตั้งมา ซึ่งทางสมาคมดาราศาสตร์ไทยได้นำภาพพิมพ์ประวัติศาสตร์ทางดาราศาสตร์ภาพแรก ที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทอดพระเนตรจันทรุปราคาที่ตำหนักทะเลชุบศร มาเป็นเครื่องหมายและตราของสมาคมดาราศาสตร์ไทยเป็นเวลาต่อมาจนถึง ณ ปัจจุบัน


ในโอกาสนี้ สมาคมดาราศาสตร์ไทยร่วมกับชมรมอนุรักษ์โบราณวัตถุสถานและสิ่งแวดล้อมลพบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี โดยความสนับสนุนจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลพบุรี อบต. ทะเลชุบศร โรงเรียนเมืองใหม่ชลอราษฎร์รังสฤษฏ์ และหน่วยงานบัญชาการสงครามพิเศษ ร่วมกันจัดกิจกรรม เฉลิมฉลอง 325 ปี จันทรุปราคาครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และ 30 ปี สมาคมดาราศาสตร์ไทย ขึ้นที่จังหวัดลพบุรี วันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2553 เพื่อ
  • เทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์สยามพระองค์สำคัญที่สนพระทัยในวิชาดาราศาสตร์ คือ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  • เผยแพร่ความสำคัญสถานที่ประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์และเกียรติภูมิวิชาดาราศาสตร์ที่มีกำเนิดมายาวนานในแผ่นดินสยาม
  • กระตุ้นให้สมาชิกในสังคมทุกวัยสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ (ดาราศาสตร์)
  • ชี้ชวนให้มีการอนุรักษ์พัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ดาราศาสตร์ของจังหวัดลพบุรี
เช้าของวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2553 คณะของสมาคมดาราศาสตร์ไทยได้ออกเดินทางจากสำนักงานสมาคมดาราศาสตร์ไทย เวลา 06.35 น. ด้วยรถตู้ 2 คัน เราใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดลพบุรีประมาณ 2 ชั่วโมงกว่า เมื่อเข้าเขตจังหวัดลพบุรี คณะสมาคมฯ เดินทางมุ่งตรงไปที่พิพิธภัณฑ์สถานพระนารายณ์ราชนิเวศ เพื่อที่จะไปที่พระที่นั่งจันทรพิศาล ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะทำพิธีสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เวลา 10.12 น. ขบวนรถของท่านผู้หญิง ม.ร.ว. บุตรี วีระไวทยะ สมาชิกกิตติมศักดิ์ สมาคมดาราศาสตร์ไทย ประธานในพิธี เดินทางมาถึงพิพิธภัณฑ์สถานพระนารายณ์ราชนิเวศ มีนายอารี สวัสดี นายกสมาคมดาราศาสตร์ไทย นายภูธร ภูมะธน ประธานชมรมอนุรักษ์โบราณวัตถุสถานและสิ่งแวดล้อมลพบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย คอยต้อนรับ จากนั้นท่านผู้หญิง ม.ร.ว. บุตรี วีระไวทยะ เดินขึ้นพระที่นั่งจันทรพิศาล แล้วนั่งเก้าอี้ที่จัดเตรียมไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตีฆ้องเป่าสังข์ ท่านผู้หญิงฯ จุดเทียน ธูป ถวายพวงมาลาสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กราบ แล้วนั่งเก้าอี้
นายอารี สวัสดี นายกสมาคมดาราศาสตร์ไทย กล่าวรายงานว่าวันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งที่จะเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติทางดาราศาสตร์ เป็นจันทรุปราคาบางส่วน ซึ่งเห็นได้ทั่วประเทศไทย และเป็นจันทรุปราคาสายตระกูลจันทรุปราคาซารอส 120 เดียวกันกับเมื่อครั้งเคยเกิดขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ที่พระองค์ทอดพระเนตรจันทรุปราคาที่พระตำหนักทะเลชุบศร พร้อมด้วยคณะบาทหลวงเจซูอิต นักดาราศาสตร์ชาวฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1685 (เข้าเช้ามืดวันที่ 11 ธันวาคม) ล่วงเลยมาเป็นเวลา 325 ปี และเป็นวาระครบรอบ 30 ปี สมาคมดาราศาสตร์ไทย ที่ได้ก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบัน และจากนั้นนายอารี สวัสดี นายกสมาคมดาราศาสตร์ไทย ได้กล่าวว่าผลิตผลที่พระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์ได้ทรงวางรากฐานวิชาวิทยาศาสตร์ (ดาราศาสตร์) ขึ้นในแผ่นดินสยามได้มีการแข่งขันสอบคัดเลือกนักเรียนทั่วประเทศเป็นตัวแทนไปแข่งขันที่ต่างประเทศ จึงมีโครงการส่งนักเรียนที่เป็นตัวแทนไปแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิก ระหว่างประเทศ IOAA ซึ่งสอบแข่งขันกลับมาได้เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดงมาทุกปี ในที่นี้ได้นำนักเรียนที่ไปสอบแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ IOAA ที่ได้เหรียญทองมารายงานตัวและปฏิญาณตนต่อพระบรมรูปสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงวางรากฐานวิชาวิทยาศาสตร์ (ดาราศาสตร์) ให้เกิดขึ้นในแผ่นดินสยามประเทศทั้งสองพระองค์ นักเรียนดาราศาสตร์โอลิมปิกที่ได้เหรียญมีดังนี้
  1. นายสุวรรณ สุวรรณรัตน์ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพฯ ได้เหรียญทอง คะแนนรวมสูงสุด (ระดับโลก) แข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ IOAA ปี พ.ศ. 2550 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพครั้งแรก
  2. นายสมาพร ติญญนนท์ โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒ กรุงเทพฯ ได้เหรียญทอง คะแนนรวมสังเกตการณ์สูงสุด แข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ IOAA ปี พ.ศ. 2551 ที่เมืองบันดุง ประเทศอินโดนีเซีย
  3. นายณัฐนันท์ ตันติวัสดาการ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพฯ ได้เหรียญทองอันดับ 2 คะแนนรวมวิเคราะข้อมูลสูงสุด แข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ IOAA ปี พ.ศ. 2552 ที่ประเทศอิหร่าน
  4. นายธนวุฒิ ธนาธิบดี โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพฯ ได้เหรียญเงิน แข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ IOAA ปี พ.ศ. 2552 ที่ประเทศอิหร่าน
  5. นายพชร วงศ์สุทธิโกศล โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย กรุงเทพฯ เป็นตัวแทนที่จะไปสอบแข่งขันดาราศาสตร์และฟิสิกส์ดาราศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ IOAA ปี พ.ศ. 2553 วันที่ 12 - 21 กันยายน 2553 ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน
เสร็จจากพิธีกล่าวปฏิญาณตนและถวายสักการะพวงมาลาพระบรมรูปสมเด็จพระนารายณ์มหาราชและพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวแล้ว นายอารี สวัสดี นายกสมาคมดาราศาสตร์ไทย มอบของที่ระลึกแด่ ท่านผู้หญิง ม.ร.ว. บุตรี วีระไวทยะ และท่านผู้หญิงฯ มอบของที่ระลึกให้กับนายภูธร ภูมะธน ประธานชมรมอนุรักษ์โบราณวัตถุสถานและสิ่งแวดล้อมลพบุรี และนางสาวประพีร์ วิราพร อดีตนายกสมาคมดาราศาสตร์ไทย ผู้ที่มีคุณประโยชน์ต่อสมาคมดาราศาสตร์ไทย เป็นอันเสร็จพิธี
เวลา 11.00 น. ทัศนศึกษาภายในพระที่นั่งจันทรพิศาลที่สร้างขึ้นรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีนายภูธร ภูมะธน เป็นวิทยากรผู้บรรยายและนำนักเรียนชมวัตถุโบราณภายในพระที่นั่ง

แหล่งที่มา
http://thaiastro.nectec.or.th/activity/25530706_rama4monument/
http://thaiastro.nectec.or.th/activity/25530626_lopburi/report.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น